กานต์ The Parkinson กับเส้นทางสายดนตรีที่ไม่ง่าย

42.8K View

The Parkinson


ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวายในกองถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง ‘สักวัน’ ของ ‘ก้อ - ณฐพล ศรีจอมขวัญ’ ทีม SPICYDISC ก็ได้ทำการโฉบตัว “กานต์ - นิภัทร์ กำจรปรีชา” นักร้องนำเสียงดีและคีย์สู๊งสูงจากวง The Parkinson ที่ได้มาร่วมร้องและแต่งเพลงนี้ มานั่งคุยกัน ที่ต้องใช้คำว่า ‘โฉบตัว’ เพราะศิลปินคนนี้คิวทองแน่นเอี๊ยดไปซะทุกเดือน จนหาเวลาว่างพูดคุยกันยากมาก พอเจอหน้าครั้งนี้ SPICYDISC เลยขอตั้งกองโจรสัมภาษณ์กานต์กลางกองถ่ายสักหน่อย


ทั้งร้องเพลงเพราะ, เล่นดนตรีเก่ง และแต่งเพลงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กแน่นอน!

        กานต์ : ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ตั้งใจจะมาทางนี้เลย 

        SPICYDISC : อ้าว!


กานต์ : (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ เราเรียนสายวิทย์-คณิตฯ เรียนดีด้วยนะ เป็นอันดับต้นๆ ของชั้นเรียนเลย แต่เฉพาะวิชาคณิตฯ กับฟิสิกส์นะ ส่วนภาษานี่โง่เลย (หัวเราะ) แต่เราก็ร้องเพลงมาตลอด เพราะว่ามีเพื่อนทำวงโฟล์คซอง เราก็เป็นนักร้องของวง พอขึ้นม.ปลายเพื่อนที่เป็นมือกลองก็ชวนไปลงประกวดงานดนตรีที่ ‘FAT BAND RHYTHM & HORNS’ ของคลื่น ‘FAT Radio’ ก็ทำวงกัน ชื่อวง ‘O'se Band’ (โอเซ่แบนด์) มาจากชื่อตึกโอเซ่ ของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา โรงเรียนที่เราเรียนอยู่ในตอนนั้น โอเซ่แบนด์ เป็นวงดนตรีป๊อบผสมโซล เพราะเราชอบวง ‘Soul After Six’ มาก แล้วมันเป็นการประกวดแบบ RHYTHM & HORNS ต้องมีเครื่องเป่า เลยมองว่าควรมาทางนี้กัน ก็ไม่ได้คิดว่าจะชนะอะไร เพราะตอนนั้นเราอยู่ม.6 แล้วการประกวด FAT BAND มีแต่วงระดับมหาวิทยาลัย แต่ดันเข้ารอบและได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 มา ตอนนั้นเรามีความสุขมาก อะดรีนาลีนมันหลั่งเยอะมากๆ เหมือนเสพติดดนตรี (หัวเราะ) ก็เลยตัดสินใจไม่เรียนวิทย์-คณิตฯ แล้ว ทิ้งไปเลย และสอบเข้าสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร




ข้ามสายการเรียนมากๆ ช่วงนั้นครอบครัวว่ายังไง?
กานต์ :
เขาก็ไม่เห็นด้วยหรอก ด้วยความที่ทางครอบครัวไม่รู้จักคนในวงการดนตรีเลย เขาก็ไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตยังไง มันจะรอดมั้ย มันจะเป็นไปได้มั้ย หรือจะยากจะง่ายยังไง แต่เราก็ดื้อจะเรียนให้ได้


พอไปเรียนจริงๆ ต้องปรับตัวยังไงบ้าง?
กานต์ :
เราไม่ได้เรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งมาเริ่มเรียนตอน 2-3 เดือนก่อนสอบเข้า ก็งงเลยครับ! (หัวเราะ) เริ่มเข้าไปเรียนแรกๆ เรารั้งท้ายทุกคนเลย เหมือนต้องเริ่มอ่านภาษาใหม่ เราเรียนเอกขับร้องแจ๊สด้วย ใช้เวลาปรับตัวนานนะ ตั้ง 2-3 ปีกว่าจะเข้าที่


แล้ว The Parkinson มาเจอกันได้ยังไง?
กานต์ :
The Parkinson เกิดขึ้นตอนเรียนอยู่ปี 4 ครับ เดิมที The Parkinson ไม่ใช่เรา 3 คนตอนนี้นะ เป็นรุ่นพี่-รุ่นน้องในคณะนี่แหละ แต่ก็ทำไปทำมา มีเปลี่ยนคนนู้นคนนี้ และเราก็มารวมกับ ‘พี่โต - ณัฐวิทย์ โอดาคิ ’ (เบส) ก่อน เล่นกับพี่โตกันเข้าทางเลย เพราะฟังเพลงใกล้ๆ กัน และพี่โตเป็นคนที่ขยันมาก ส่วน ‘เบียร์ - อริย์ธัช เกื้อจิตกุลนันท์’ (กลอง) เราเรียนอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้อยู่วงเดียวกัน พอดีมือกลองวงเราเขาจะไปเรียนต่อ เราเลยชวนเบียร์มาเล่นด้วย เพราะอยากเล่นกับเขา ชื่นชอบฝีมือกันอยู่แล้ว ก็ลงหลักปักฐานมาจนถึงตอนนี้ และเริ่มร้องโซลมาตั้งแต่ตอนนั้นเลย


เรียนจบแล้วได้เข้ามาอยู่ค่าย SPICYDISC เลยรึเปล่า?
กานต์ :
เป็นความฟลุ๊กครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราไปตระเวนเล่นตามร้าน เลือกร้านที่เป็นกึ่งแจ๊สหน่อยที่จะสามารถเล่นเพลงสากลได้ มีอยู่วันนึงไปเล่นแทนวงเพื่อนที่เขาไม่ว่าง และวันนั้น ‘พี่เต้ง - พิชัย จิราธิวัฒน์’ (ผู้บริหารค่าย SPICYDISC) พาเพื่อนๆ มาเปิดหูเปิดตาที่ร้านนั้นพอดีเลยได้เจอกันครับ พอลงจากเวทีพี่เต้งก็เรียกบอกให้มาเซ็นสัญญาเลย โดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน (หัวเราะ)




ตอนนั้นรู้จัก SPICYDISC มั้ย?
กานต์ :
เราจำพี่เต้งได้ว่าเขาเป็นผู้บริหารค่าย แต่ตอนนั้นก็แอบงงนะที่โดนเรียกมาเซ็นโดยที่ยังไม่มีเพลง ไม่มีอะไรเลย ถือว่าดีมากๆ ที่พี่เต้งชื่นชอบจากการที่ได้ฟังวงเราเล่นเพลงโคฟเวอร์ในวันนั้น แล้วทุกอย่างก็คาอยู่อย่างนั้นเป็นปีเลย นิ่งเลย เพราะด้วยความที่เรามาเซ็นสัญญาแบบงงๆ ทำเพลงก็ไม่เคยทำ แต่งเพลงก็ไม่เคย คือไม่เคยอยู่ในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้เลย จนอยู่มา 1 ปีได้ ทีมงานทางค่ายเลยถามมาว่า ‘ยังจะทำอยู่ไหมเพลงอะ?) (หัวเราะ) เลยดึงตัวเองขึ้นมา อยู่งงๆ แบบนี้ไม่ได้แล้ว ไฟลนก้น! ก็แต่งเพลงแรกขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์ ก็คือเพลง ‘จะบอกเธอว่ารัก’ โดยเราเป็นโปรดิวซ์เซอร์



SPICYDISC : นั่งคุยกันได้สักพักแบบที่กำลังออกรส เราก็ต้องรีบกันแล้ว เพราะทีมงานกองถ่ายทำมิวสิกวิดีโอส่งสัญญาณมาบอกว่าอีกไม่กี่นาทีจะต้องพากานต์ไปเข้าฉากแล้ว เอ้า รีบเข้าเรื่องเพลง “สักวัน” ไปค่ะ!!!


ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับ ‘ก้อ - ณฐพล ศรีจอมขวัญ’ บ้างมั้ย?
กานต์ :
เคยครับ แต่จะเป็นการพูดคุยกัน ยังไม่ได้ร่วมทำงานด้วยกัน ก่อนหน้านี้พี่ก้อก็มีมาแนะนำเทคนิคการทำเพลงต่างๆ ช่วงที่เข้ามาแรกๆ ช่วยดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง ได้พี่ก้อนี่แหละช่วย เหมือนพี่สอนน้อง พี่ก้อไม่ได้สอนให้เราทำตาม แต่เขาสอนเป็นวิธีคิด ให้ลองใช้ชีวิตแบบนี้ดู ลองเวิร์คช้อปตัวเองทุกๆ วัน แล้วลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ตื่นมาเขียนเพลง นึกอะไรออกลองเขียนไว้ ที่ไม่เคยทำก็ต้องลอง เราเลยลองทำตามคำแนะนำของพี่ก้อ


เข้ามามีส่วนร่วมในเพลง ‘สักวัน’ ได้ยังไง?
กานต์ :
พี่ก้อโทรมาชวนเองเลย เขาก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้กำลังทำอัลบั้ม FUNK อยู่ มีประมาณ 5-6 เพลง เขาอยากได้สีสันจากคนอื่นมาผสมด้วย คือมีดนตรีกับเมโลดี้อยู่แล้วแต่ยังไม่มีเนื้อเพลง สำหรับเพลงนี้พี่ก้อเขานึกถึงเรา ตอนแรกเขาถามว่าก่อนว่าอยากทำไหม เราตอบทันทีว่าทำ! โดยที่ยังไม่ได้ฟังเพลง เพราะเป็นพี่ก้อยังไงเราก็ทำอยู่แล้ว และเชื่อว่าอีก 5-6 คนที่ร่วมในอัลบั้มนี้น่าจะคิดเหมือนกัน




ถูกคาดหวังอะไรบ้างมั้ย ตอนที่ได้ดนตรีมา
กานต์ :
พี่ก้อไม่ได้บอกอะไรเลย แค่บอกเดดไลน์แล้ว (หัวเราะ) พี่ก้อเขามืออาชีพมากๆ เรื่องอารมณ์ ความรู้สึกของดนตรีเราไม่ต้องวางขอบเขตกันเลย พี่ก้อจะใช้วิธีเลือกคนที่จะมาแต่งเพลงที่มีกลิ่นและสีชัดเจนสำหรับดนตรีนั้นๆ อยู่แล้ว ส่วนมากแค่คุยกันเรื่องเดดไลน์ อย่างอื่นแทบไม่ต้องแตะเลย


ความรู้สึกแรกที่ได้ฟังดนตรีเพลงนี้
กานต์ :
เจ๋งมากครับ เมโลดี้พี่ก้อเป็นอะไรที่สวยงามและมีความอมตะ ฟังได้เรื่อยๆ เลย เราชอบมาก


เนื้อหาของเพลงเลือกหยิบมาจากไหน
กานต์ :
ปกติเราเป็นคนเขียนเพลงจากประโยคแรก คือไม่มีคอนเซปต์อะไรเลย (หัวเราะ) ประโยคแรกที่เริ่มเพลงจะมาจากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นมา พูดยากอยู่เหมือนกัน เหมือนร้องๆ อะไรไปสักอย่างแล้วมันมาเอง เป็นแบบนี้ทุกเพลงเลยตั้งแต่เพลงแรก แล้วปล่อยให้มันพาเราไปว่าท่อนอื่นๆ ควรจะเป็นยังไง เราเริ่มจาก ‘อาจจะดูวุ่นวายนัก อาจจะดูมากมายเกินไป’ โดยที่ยังไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับอะไร แต่แค่รู้สึกว่ามันมีคนแบบนี้อยู่ ภาพในหัวออกมาว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงที่ไปแอบชอบใครสักคนที่เขามีเจ้าของอยู่ แล้วก็ไปทำตัวอยู่ใกล้ๆ เขา ไปหวังให้เขามาสนใจอีก ซึ่งคงสร้างความรำคาญให้อีกฝ่าย แต่คนแบบนี้มีอยู่จริงๆ และเราก็รู้จัก อย่างเพื่อนตอนที่อยู่มัธยม มันชอบคนๆ หนึ่งมา 6 ปีเต็ม โดยที่คนนั้นเนี่ยยังไงก็ไม่ชอบ ไม่เอา รำคาญ แสดงออกทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เพื่อนเราก็ยังชอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ มันโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง




แล้วก็ใช้หลักการนี้ไปเวิร์คช้อปน้องๆ ตามมหาวิทยาลัยด้วย?
กานต์ :
ก็อย่างนั้นแหละครับ (ยิ้ม) แต่เราเชื่อว่าเด็กที่เล่นหรือเรียนดนตรีมา จะมีรสนิยมในตัวเองอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะดึงออกมาใช้ยังไง เทคนิคของเราคืออย่าไปคิดมากกับเรื่องใดๆ ประโยคแรกมันจะเป็นยังไงก็ได้ ปล่อยให้สิ่งที่เราเคยได้ยินสร้างจินตนาการให้มันพาเราไป อืม… นั่นแหละ (หัวเราะ)


เร็วๆ นี้ The Parkinson จะมีโปรเจ็คอะไรให้เราได้เห็นกันบ้าง
กานต์ :
มีครับ มี ‘สักวัน’ นะครับ (หัวเราะ) แล้วก็มีเพลงของ The Parkinson อีกหลายๆ เพลงเลย ตอนนี้กำลังทำอยู่ครับ


แล้วในอนาคตจะขอให้พี่ก้อมาทำเพลงให้ The Parkinson บ้างมั้ย?
กานต์ :
ขอไปแล้วครับ พี่ก้อบอก ‘เห้ย… ไม่เอา’ (ทำเสียงเหมือนพี่ก้อ) (หัวเราะ) พี่ก้อบอกว่ามาช่วยแต่งด้วยกันดีกว่า เพราะว่าสีสันของ The Parkinson ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไว้ตอนอยากได้อะไรใหม่ๆ ค่อยไปหาเขา ถ้าจะให้พี่ก้อทำทั้งเพลงเลยคงต้องรอหน่อย เพราะพี่ก้อเองก็ยุ่งอยู่เหมือนกัน


ต้องไปถ่ายงานต่อแล้ว ฝากเพลง “สักวัน” ไว้สักหน่อย
กานต์ :
ฝากเพลง “สักวัน” หน่อยนะครับ เป็นเพลงให้กำลังใจคนที่นกอยู่ตลอดเวลา (หัวเราะ) คนที่เชื่อว่าสักวันนึงต้องเป็นวันของเรา ขอบคุณครับ




+ ตอนนี้มิวสิกวิดีโอเพลง “สักวัน” ได้ปล่อยให้ทุกท่านรับชมกันแล้ว เพลงก็เพราะ มิวสิกวิดีโอก็ดี๊ดี ใครยังไม่ได้ดูบอกเลยว่าพลาดมาก รีบไปดูกันตอนนี้เลย!!



เรื่อง จรัตพร โมรา 
ภาพ SPICY DISC


0 comments
Other Magazine
or