วง Aomsin And The Boys น้องใหม่จากค่าย SPICYDISC

14.6K View

ความแปลกที่แตกต่าง ของเด็กชาย 3 คน กับเครื่องดนตรี 5 ชิ้น : Aomsin and The Boys

แนะนำตัวกันหน่อย 

ออมสิน : สวัสดีครับ ออมสิน สุธินันท์ ทางธรรม เล่นกีต้าร์ ตีกลอง ร้องนำครับ

บอย : สวัสดีครับ บอย สิทธิศักดิ์ ศิริวัฒนกุล เล่นกีต้าร์ไฟฟ้า และคอรัสครับ

ใหม่ : สวัสดีครับ ใหม่ สุกนต์ธี แช่มช้อย เล่นเบส และร้องคอรัสครับ



อยู่กัน 3 คน ทำไมใช้ชื่อออมสินคนเดียวล่ะ?

ออมสิน : ถ้าเป็น Aomsin and Mai and Boy มันน่าจะยาวเกินไป (หัวเราะ) คำว่า boys ก็แปลว่าเด็กผู้ชาย 2 คน เลยเป็น Aomsin and The Boys ครับ


เล่าที่มาที่ไปของ Aomsin and The Boys ให้ฟังหน่อย

ออมสิน : เริ่มมาจากผมที่ทำเพลงของผมคนเดียวก่อนครับ ทำได้สักพักผมก็รู้สึกว่า ‘ต้องหาแนวร่วม’ เพราะการทำเพลง มันต้องมีเพื่อนร่วมทาง ผมเองรู้จักกับบอยและใหม่อยู่แล้ว เลยลองชวนมาทำวงด้วยกัน พอได้คุยกันรสนิยมก็ตรงกันพอดี เลยกลายมาเป็น Aomsin and The Boys ถึงทุกวันนี้ครับ 


แนวดนตรีของวงเรียกว่าอะไร?

ออมสิน : ก็หลายอย่างนะ บางคนเขาเรียกเราว่า modern folk หรือ indie folk บ้าง บางคนก็เรียกว่า folk rock จริงๆ ก็เรียกได้ทั้งสองอย่าง


วงออมสินมาจากการประกวดเวที Melody of Life 10 ซึ่งเวทีนี้ค่อนข้างเป็นเวทีเด็กแนวแหละ ความแนวของวงมีอะไรบ้าง?  

ใหม่ : ที่แนวคงจะเป็นสไตล์การเล่นดนตรีของพวกเราครับ ถ้าเป็นการแต่งตัวพวกผมก็คงไม่แนวเท่าไหร่ (หัวเราะ) เพราะวันนั้นแต่งตัวแบบดิบมาก

ออมสิน : ถ้าเรื่องภาพลักษณ์กับหน้าตาวงเราสู้วงอื่นไม่ได้อยู่แล้ว เราเน้นเรื่องความแปลก Aomsin and The Boys มีสมาชิก 3 คน แต่เล่นเครื่องดนตรี 5 ชิ้น แค่นี้ก็น่าจะแปลกกว่าคนอื่นแล้ว เราไม่เดินทับทางคนอื่น เพราะว่าเราสู้เขาไม่ได้ (หัวเราะ) เราก็ต้องหาทางที่มันเป็นทางของเรา


ภาพจำของ Aomsin and The Boys คืออะไร? 

ใหม่ : ถ้าเป็นแนวดนตรีก็คงจะเป็นดนตรีที่มีความ real พวกเราจะช่วยกันประสานให้ดนตรีมันกลมกล่อมด้วยตัวของพวกเราเอง ไม่มีการเปิด sound อื่น เวลาที่เล่น

ออมสิน : มีหลายๆ คนบอกกับพวกเราว่า ฟังเพลงพวกเราแล้วรู้สึก ‘ละมุน’ เรา 3 คนขาดกันไม่ได้เลย ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไป คนจะไม่เห็นความเป็น Aomsin and The Boys


ทำไมออมสินคนเดียวต้องเล่นเครื่องดนตรีถึง 3 ชิ้น (Guitar / Bass drum / Tambourine)

ออมสิน : คิดถึงเงินที่เราจะประหยัดไปสิครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น จริงๆ ผมตีกลอง และเรียนจบเอกกลองมาอยู่แล้ว แล้วผมชอบร้องเพลง กับเล่นกีต้าร์ด้วย ตอนที่ทำเพลงคนเดียวเลยคิดได้ว่า ลองเอาทุกอย่างมารวมกันมันน่าจะดี และพอมีน้องทั้งสองคนมารวมวงกัน เล่นดนตรีในแบบของเรามันก็ออกมาน่าสนใจ เลยทำมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้


แล้วเรื่องไลน์ประสาน หรือวิธีคอรัสล่ะ?

ใหม่ : ผมเป็นคนชอบร้องอย่างนี้อยู่แล้ว ตอนที่เล่นให้คนอื่นจะมีหน้าที่ร้องคอรัสด้วย พอมีเพลงเป็นของตัวเองเลยลองร้องใส่เข้าไป ถ้ามันไม่ดีก็เดี๋ยวค่อยไปแก้ไขทีหลัง

ออมสิน : มันดีตรงที่ว่า เสียงผมกับเสียงใหม่ไปด้วยกันได้ ถ้าผมร้องคนเดียวก็อาจจะไม่ได้แบบนี้ก็ได้ บอยก็จะเป็นพื้นโทนต่ำข้างล่างอีกที ผมถึงบอกว่าวงเราขาดกันไม่ได้ ต้องมี 3 คน (หัวเราะ)


นิยามของเพลง “คำขอ (Beggin' U)” 

ออมสิน : ถ้าฟังเผินๆ ก็เหมือนเป็นเพลงรักที่สมหวังเลย ด้วยเสียงดนตรีและเสียงร้อง แต่เราหักมุมด้วยเนื้อเพลงที่เป็นอารมณ์ของความรักที่เจ็บปวด ผมเป็นคนเขียนเพลงนี้ พี่ก้อ (ณฐพล ศรีจอมขวัญ) จะบอกเสมอว่า ‘พยายามอย่าทำเพลงที่มันเจ็บฟูมฟาย ต้องทำให้มันลึก’

ใหม่ : เหมือนพูดถึงความรักที่เจ็บและจบไปแล้ว



"ถ้าเป็นแนวดนตรีก็คงจะเป็นดนตรีที่มีความ real พวกเราจะช่วยกันประสานให้ดนตรีมันกลมกล่อมด้วยตัวของพวกเราเอง" ใหม่


Concept เพลงนี้คือ?

ออมสิน : ให้เพลงเป็นเครื่องช่วยจำ เราเจออะไรมาก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเราเลือกจะจำโดยวิธีไหน ผมเป็นนักดนตรี ผมก็จะจำเป็นเพลง ตามเนื้อหาในเพลง ก็คือคนๆ หนึ่งเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิตเราทุกอย่าง เป็นต้นไม้เป็นภูเขา เป็นสิ่งดีๆ ที่เราสามารถจับต้องได้ แต่สุดท้ายเขาก็เป็นเหมือนสายลมดีๆ ที่พัดเข้ามาแล้วก็จากไป


เพลง‘คำขอ’ พี่ก้อ (ณฐพล ศรีจอมขวัญ) Produceให้ด้วย เป็นยังไงบ้าง

ออมสิน : หลักๆ พี่ก้อจะช่วยดูเนื้อร้อง ผมจะแต่งเนื้อร้องและทำดนตรีให้เสร็จก่อน แล้วให้เขาฟัง คือพี่ก้อเขาบอกไว้แล้วว่าเขาจะไม่แต่งให้ เพราะเขารู้ว่าพวกเราสามารถทำได้ พอได้ไกด์จากพี่ก้อมา ผมจะปรับเองก่อน แล้วค่อยให้น้องๆ ช่วยกันปรับ แก้จนกว่าพี่ก้อจะโอเคถึงเริ่มอัดเพลงได้


เพลงต่อไปจะเป็นแบบไหน?

ออมสิน : ก็คงเป็นกลิ่นนี้ล่ะครับ ส่วนเรื่องเนื้อเพลง ผมจะพยายามทำออกมาให้เพราะ ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ถ้าเป็นส่วนตัวผมเองผมก็อยากจะฟังเพลงที่เพราะ เวลาจะทำอะไรต้องทำแบบที่ตัวเองอยากทำก่อน