Music Director ครั้งแรกในรายการทีวี Re-Master Thailand : ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ

13.7K View

KOR NOTAPOL

Music Director ครั้งแรกในรายการทีวี Re-Master Thailand : ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ


ถ้ามีศิลปินเอาเพลงของพี่ก้อไป Re-Master พี่ก้อคิดว่าจะออกมาเป็นยังไง? “โอ้โห! อยากเห็นเหมือนกันนะ แต่เราคงไม่ดังพอหรอก (หัวเราะ)” ก้อ - ณฐพล ศรีจอมขวัญ Music Director รายการ Re-Master Thailand ให้คำตอบที่ช่างถ่อมตัวเหลือเกินกับเรา ก็แหม… เป็นที่รู้กันดีในวงการดนตรีว่าพี่ก้อของเรา เป็นทั้งศิลปินและโปรดิวเซอร์ยอดฝีมือ ถ้าไม่เชื่อคุณลองชมรายการ Re-Master Thailand ทางช่องวัน 31 ดูสิ บทเพลงเพราะๆ ที่ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้ง แทบจะทุกเพลงมาจากฝีมือของพี่ก้อทั้งนั้น :)

เอาหล่ะ ได้เวลาแล้ว... เริ่มคุยกับพี่ก้อกันดีกว่า


ตำแหน่ง Music Director รายการ Re-Master Thailand

ก้อ ณฐพล : เริ่มจากการชักชวนของคุณมดครับ (ภูดินันท์ ดีสวัสดิ์มงคล) เราทำงานกันมาได้สักพักนึงแล้ว เขาเลยชักชวนให้ไปเป็น Music Director ของรายการ Re-Master Thailand แล้วเราเองก็ไม่เคยทำงานด้านรายการโทรทัศน์มาก่อน เลยอยากรู้ว่าการทำรายการโทรทัศน์มันเป็นยังไง ดูแล้วน่าสนุกดี ก็เลยตอบตกลงครับ


ทำไมต้องเป็น “ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ”

ก้อ ณฐพล : ก็... เขาคงหาคนอื่นไม่ได้มั้งครับ (หัวเราะ) พอดีบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กัน ทำงานด้วยกันมาพักนึงละ คุณมดคงรู้สึกว่าสามารถทำงานด้วยกันได้ เหมือนต่างคนต่างรู้นิสัย และฝีมือของกันและกันดีอยู่แล้ว




ความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้เริ่มทำงาน

ก้อ ณฐพล : เทปแรกเราก็มีเหวอนิดนึงนะ เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าเราควรจะไปอยู่ตรงไหน หรือใครเขาทำอะไรยังไงบ้าง แต่ในส่วนของเพลงเรารู้อยู่แล้วว่าเราสามารถทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ แต่ว่าระยะเวลากับจำนวนเพลงที่เราต้องทำไม่ค่อยสอดคล้องกัน คือบางทีเรามีเวลาน้อยแต่จำนวนเพลงที่เราต้องทำมีมาก เลยต้องคำนวณนิดนึงว่างานที่ออกมาควรจะมีความละเอียดประมาณไหน เอามาเทียบกับเวลาที่มีเราสามารถทำได้ ก็เป็นส่วนที่ต้องพยายามปรับเปลี่ยนตามทรัพยากรที่มี

เรื่องการทำงานถ้าเล่าคร่าวๆ คือเราจะนัดเจอกับศิลปินที่จะเข้ามาถ่ายทำการแข่งขันใน 1 ครั้ง ประมาณ 16 คน เพราะถ่ายครั้งละ 4 เทป เทปละ 4 คน ซึ่งใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 2 วัน รวมเหล่ามาสเตอร์ (ศิลปินเจ้าของเพลง) อีกตอนละ 2 คน เพราะฉะนั้น 1 เทปเท่ากับ 8 คน ก็เป็น 8 เพลง บางทีมีเมดเลย์เข้ามาเสริมอีก กลายเป็น 10-12 เพลง รวมกับเพลงที่มาใช้แข่งขันด้วยก็ตกเกือบ 30 เพลง ต่อการทำงาน 1 ครั้งเป็นอะไรที่เยอะพอสมควร เป็นการทำงานแข่งกับเวลาเหมือนกัน การเลือกเพลงก็จะมาจากทั้งเราและศิลปิน บางคนก็อยากให้เราเลือกให้ บางคนเขาก็เลือกมาแล้ว หรือบางคนก็มาช่วยกันเลือกก็มี มาลงความเห็นกันว่ามันควรจะเป็นเพลงไหน


ถือว่าเป็นงานหนักสำหรับพี่ก้อ ในฐานะมือใหม่ของวงการรายการโทรทัศน์ แต่พี่ก้อก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังเลย...




คุณภาพของเพลงลดลงจากการทำงานปกติรึเปล่า?

ก้อ ณฐพล : เอามาเทียบกันไม่ได้เลยครับ เวลาเราทำเพลงในห้องอัดหรือซ้อมเพลงที่จะเล่นในคอนเสิร์ต เราจะมีเวลามากพอสมควร และวางแผนล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง แต่ละอย่างต้องใช้เวลาเท่าไหร่ 

แต่พอมาทำรายการโทรทัศน์เรามีเวลาจำกัด ต้องคุยกับศิลปินค่อนข้างเยอะ แต่ละคนก็มีข้อจำกัดและความต้องการแตกต่างกันไป การทำงานกับคนหมู่มากเราต้องทำตัวให้ง่าย ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกสบายใจมากที่สุด พยายามทำให้เขามั่นใจในสิ่งที่เราทำร่วมกับเขา ซึ่งมันท้าทายมากเราต้องทำเพลงให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้


แนวทางในการเรียบเรียงเพลงใหม่

ก้อ ณฐพล : เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ท้าทายมาก เพราะศิลปินบางคนเขาก็รู้แล้วว่าอยากจะทำอะไร บางคนก็ยังไม่มีไอเดีย บางคนก็ปล่อยให้เราทำเลย เราเลยต้องคุยกับเขา สำหรับศิลปินที่เรารู้จักหรือเคยทำงานร่วมกับเขามาแล้ว มันก็ง่าย แต่บางคนที่เราไม่เคยทำงานกับเขาก็จะมีความเกรงใจกันอยู่ หรือศิลปินบางคนเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นใหญ่หน่อยเราก็จะเกรงใจเขาก็มี เราก็จะพยายามถามเขาว่าเขาต้องการอะไร หรือบางทีเราก็ต้องเดา เพื่อตอบสนองสิ่งที่เขาต้อการได้ถูกจุด 

เราเป็น Music Director และผู้เรียบเรียงด้วย แต่คนที่เป็นผู้เรียบเรียงหลักก็คือคุณมด บอกเลยว่าคุณมดเรียบเรียงเก่งมาก สามารถที่จะเรียบเรียงเพลงหลายๆ เพลงออกมาได้เหมาะสมกับศิลปิน แต่ก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น เราใช้เวลาเรียบเรียงเพลงนี้ 2-3 วัน เราทุ่มเทกับมันมาก ปรากฎว่าศิลปินเขารู้สึกว่าสิ่งที่ออกมาไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ จากที่เราเสียเวลากับมันไปเยอะแล้วต้องมาเปลี่ยนอีก บวกกับเวลาที่มีมันน้อยก็ทำให้เกิดปัญหา บางทีเราเรียบเรียงเพลงของศิลปินคนนี้เสร็จ แล้วเทปนั้นดันโดนยกเลิก หรือศิลปินเกิดไม่ว่างหรือป่วยขึ้นมา ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเยอะมาก


ต้องเข้าใจทั้งเพลง และตัวศิลปิน

ก้อ ณฐพล : เราต้องมาศึกษาศิลปินว่าเขามีสไตล์เป็นยังไง มีรูปแบบการร้องแบบไหน พูดง่ายๆ ก็คือเราพยายามทำให้เพลงนั้นเป็นของเขาจริงๆ อย่างเพลง ‘มนุษย์ค้างคาว - ติ๊ก ชีโร่’ ซึ่ง ‘วิน Sqweez Animal’ ต้องเป็นคนร้อง เราก็ต้องเรียบเรียงเพลงนี้ให้ออกมาเป็นแบบ Sqweez Animal ให้ได้ ศิลปินแต่ละคนก็จะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน เราต้องพยายามเรียบเรียงเพลงให้สามารถดึงจุดเด่นของศิลปินคนนั้นออกมาให้ได้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้ดีที่สุด



“เราต้องพยายามเรียบเรียงเพลงให้สามารถดึงจุดเด่นของศิลปินคนนั้นออกมาให้ได้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้ดีที่สุด”

สิ่งที่พี่ก้อพูดทำให้เรารู้ว่าการเป็น Music Director ที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พี่ก้อทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก รวมไปถึงทีมงานคุณภาพทุกๆ คนด้วย ผู้ชมอย่างเราๆ จะไม่รู้เลยถ้าไม่ได้พูดถึงเบื้องหลังการทำงานแบบนี้


เพลงที่ชอบที่สุดในรายการ Re-Master Thailand

ก้อ ณฐพล : มีหลายเพลงเลย อย่าง ‘มนุษย์ค้างคาว’ ที่ ‘วิน Sqweez Animal’ ร้องเราก็ชอบ เพราะว่าพอโชว์ออกมาเพลงก็เปลี่ยนไปมากเลย ซี่งเพลง ‘มนุษย์ค้างคาว - ติ๊ก ชีโร่’ จะเป็นเพลงที่มีความสนุกสนาน คนดูโชว์แล้วจะเต้นตาม แต่วินไม่ใช่คนแบบนั้นเลย วินเป็นคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง มีความเท่ คนดูก็จะมองว่าวินมีเสียงที่เท่มากๆ เราจะทำให้เพลงสนุกๆ กลายเป็นเพลงที่เท่นี่มันคนละเรื่องกันเลย

ภูมิใจในทุกๆ งานที่เราและทีมงานทำ เพราะว่าหลายครั้งจะได้ยินมาสเตอร์พูดว่า ‘นี่มันเพลงของเราจริงๆ เหรอ?’ ทำให้รู้สึกว่าเราถึงจุดมุ่งหมายละ ที่ต้องการทำเพลงให้ออกมาเป็นของศิลปินคนนั้นๆ และต้องให้เครดิตการทำเพลงให้คุณมดมากๆ เลย เพราะเราเป็นคนเรียบเรียงประมาณ 20-30% เท่านั้นเอง ที่เหลือจะเป็นคุณมดหมดเลย แล้วเราจะมากำหนดอีกทีว่าควรจะเล่นไปในทิศทางไหน อารมณ์แบบไหน และก็นักดนตรีทุกคนที่ทุ่มเทมากๆ เพราะเราทำงานกันหนักมาก แต่ไม่มีใครบ่นเลย บางทีเราทำงานกันตั้งแต่แปดโมงเช้ายันเที่ยงคืนต่อกัน 3-4 วัน ทุกคนก็ทุ่มเทให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นเรื่องทีมเวิร์คก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน


Re-Master Thailand ให้อะไรกับพี่ก้อบ้าง

ก้อ ณฐพล : เรารู้จักศิลปินมากหน้าหลายตา แต่รายการนี้ทำให้เราเห็นการทำงานของศิลปินที่เราไม่เคยร่วมงานด้วยมาก่อน เราประทับใจกับศิลปินหลายคนที่ได้ลองร่วมงานครั้งแรก เขามีความเป็นมืออาชีพมาก เราได้เรียนรู้จากศิลปินเยอะมาก ก่อนหน้านี้เราคิดว่า เราทำงานมา 20 ปีแล้ว น่าจะรู้หมดแล้วแหละว่าควรจะทำอะไร แต่จริงๆ แล้วจะมีอีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่น ‘บี้ สุกฤษฎ์’ ที่มาในฐานะของมาสเตอร์ แล้วตอนนั้นบี้อยากทำเพลงเป็นเมดเลย์ เราก็เรียบเรียง จนกระทั่งมาซ้อมร่วมกัน ตลอดการทำงานทำให้ผมรู้เลยว่าบี้กลับไปทำการบ้านมาอย่างดี เขาจะวางแผนมาเลยว่าพอถึงท่อนนี้แล้วเขาจะโหวกเหวกโวยวาย ชวนคนดูมาสนุกกับเขา หรือถึงท่อนนี้เขาจะเต้นแบบนี้จะทำอะไรแบบนี้ เป็นการวางแผนที่เป็นมืออาชีพมาก พอเราเห็นเขาบนเวที เราเลยเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้เป็นขวัญใจมหาชนหลายปีซ้อน บางคนอาจจะมีความรู้สึกว่าศิลปินที่เป็นที่รู้จักขนาดนั้นต้องมีการเอาใจคนดูเป็นธรรมดา แต่ในอีกมุมนึงที่บางคนไม่เคยเห็น คือ ศิลปินก็ต้องทำงานหนักเหมือนกัน ทุกคนเป็นมืออาชีพในแบบของตัวเอง ในวิถีของตัวเอง ซึ่งมันมีความเจ๋งมาก




“ศิลปินก็ต้องทำงานหนักเหมือนกัน ทุกคนเป็นมืออาชีพในแบบของตัวเอง ในวิถีของตัวเอง ซึ่งมันมีความเจ๋งมาก”


Re-Master Thailand

ก้อ ณฐพล : อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ดูรายการนี้ เป็นรายการที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นรายการที่ไม่ได้แข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัล แต่เป็นรายการที่แข่งขันกันเพื่อความสนุก มีศิลปะในการเรียบเรียงเพลง มันมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจและเหมาะกับทุกเพศทุกวัย หรือถ้าใครที่ต้องการความสุขความบันเทิงก็สามารถดูได้ ใครที่ต้องการสาระในแง่ของบทเพลงหรืออรรถรสทางดนตรีก็สนุกกับรายการนี้ได้ มันเหมาะกับทุกคนที่ต้องการเสพอะไรที่ได้หลายๆ แง่มุม ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีและมีความน่าสนใจ แม้แต่ตัวเราเองตอนที่อัดรายการยังรู้สึกสนุกในการดูเลย มีเอเย่นต์ (หัวหน้าทีมสีแดงและสีน้ำเงิน) มาปล่อยมุขตลก เราก็ขำ ก็สนุกไปกับรายการ เราเชื่อว่าคนดูจะสามารถสนุกสนานและได้รสชาติอะไรหลายๆ อย่างจากรายการ Re-Master Thailand ครับ




เรื่อง พัชริดา สุพรรณชนะบุรี, จรัตพร โมรา 
ภาพ IG Kor Notapol

0 comments
Other Magazine
or