“ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่” (Drama Queen) เพลงรักเพลงแรกจาก NAP A LEAN

14.3K View

Nap A Lean


        หลายเพลงของ NAP A LEAN ที่เราเคยฟัง บอกได้เลยว่าเป็นเพลงของคนอกหักทั้งนั้น จนเราเกือบจะตัดสินให้พวกเขาเป็นเจ้าพ่อเพลงอกหักไปแล้ว แต่ Single ที่ 4 “ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่ (Drama Queen)” ที่ทั้ง 4 คน (โต้ - ธนพล ทองสวัสดิ์ /ร้องนำ, ฮั้ว - พิสิฐ สมบัติพินพง /กีตาร์, บาส - ปณิธิ สุขสายชล /เบส และดอน - นภัสรพี ยาอินทร์ /กลอง) บอกกับเราว่านี่คือเพลงรักเพลงแรกของพวกเขา อยากรู้แล้วสิว่าเพลงรักเพลงนี้มีที่มาที่ไปจากตรงไหน...


เล่าการทำเพลงนี้ให้ฟังหน่อยสิ ขอแบบคร่าวๆ

โต้ : เพลงนี้เป็นเพลงที่ 4 ของอัลบั้มที่กำลังจะได้ปล่อย กระบวนการทำเพลงเหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะ NAP A LEAN เป็นวงที่ทำเพลงเองมาตลอด เพลงนี้ผมรับหน้าที่เขียนเนื้อร้องเหมือนเดิม ฮั้วก็รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์เหมือนเดิม

ที่ต่างไปก็คือเพลงนี้เป็นเพลงรักเพลงแรกของพวกเราครับ ไม่ใช่เพลงอกหักแล้ว (ยิ้ม) ตั้งแต่พวกเราทำวงมา ยังไม่เคยทำเพลงรักเลย เพลง ‘ความรักที่ซ่อนไว้’ ก็เป็นเพลงรักนะ แต่เป็นเพลงที่เรา Cover วง Funky Wah Wah แต่เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาเองครับ


“ตอนแรกเราตั้งชื่อเพลงว่า ‘ไบโพล่า’ (หัวเราะ) จริงๆ นะ แต่ว่าเราชอบคำสุดท้ายเพลงมากกว่า

คือ ‘ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่’ มันตอบโจทย์ทุกอย่างเลย”


เพลงนี้จะแต่งจากเรื่องจริงของคุณ?

โต้ : ผมว่าคู่รักหลายๆ คู่ต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แหละ (หัวเราะ) จะมีช่วงที่ฝ่ายชายจะรู้สึกว่าฝ่ายหญิงโวยวายโดยไร้เหตุผลบ่อยๆ แต่ก็จะมีโมเมนท์ที่ฝ่ายชายเขาฉุกคิดขึ้นมาว่า ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ก็รักคนอื่นไม่ได้แล้ว ก็คือมาจากเรื่องของตัวเองเลยครับ แต่งเพลงออกมาระบายความรู้สึก (หัวเราะ)


ช่วยเล่าความหมายของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

โต้ : ความหมายของเพลงก็จะประมาณว่า บางคู่ที่เริ่มคบกันใหม่ๆ จะชอบดีใส่กันมากๆ แต่พอเวลาผ่านไปตัวตนของแต่ละคนก็เริ่มออกมาให้อีกเห็น ทีนี้แหละ... ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วว่ามีมุมมองความรักของตัวเองยังไง ถ้าเรามองว่ามันไม่ใช่เลยเราก็จะหนีไป อยากให้มันจบ แต่อีกมุมหนึ่ง ตัวเราเองจะเห็นว่าเขาน่ารัก ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย คือคนเราคบกันมันจะเห็นอะไรมากกว่ามุมมองคนนอกที่มองเข้ามาอยู่แล้ว มันก็เลยเป็นความรู้สึกว่า เออ… ถ้าไม่ใช่คนนี้ก็ไม่รักใครแล้ว


“เรื่องความไม่มีเหตุผลของผู้หญิง หลายคนจะมองว่ามันงี่เง่ามาก

แต่กับคนที่เป็นแฟน จะมีบางมุมแหละที่ยังรู้สึกว่าเขาน่ารักอยู่ คนนอกมองเข้ามาไม่รู้หรอก”




แต่เพลงนี้ก็มีความประชดอยู่หน่อยๆ เหมือนเพลงก่อนหน้านี้เลย

โต้ : เพลงของ NAP A LEAN เป็นเพลงที่ถ้าอยากจะพูดเรื่องอะไรสักอย่างจะพูดในเหตุผลที่ 2 เสมอ ถ้าพูดถึงเพลงรักที่เคยได้ยินมาก็จะเป็นเพลงรักหวานซึ้ง เธอมีฉัน ฉันมีเธออยู่ข้างกันตลอดไป แต่ NAP A LEAN จะพูดถึงเหตุผลที่ 2 ที่ฟังแล้วต้องคิดต่ออีกนิดนึง ทุกเพลงเลยนะอย่างเพลง ‘ไม่คิดถึงเลย’ ถ้าฟังครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าไม่คิดถึง แต่มันคือความคิดถึงที่ซ้อนเข้าไปในเหตุผลที่ 2 ‘หยุดเลยอย่าร้อง’ ก็เป็นความรู้สึกของฝ่ายที่บอกเลิก เพราะเวลาเลิกกันคนมักจะมองในมุมคนที่ถูกบอกเลิก มันเป็นความบังเอิญที่มุมมองของ NAP A LEAN เป็นแบบนี้ จนกลายเป็น Concept ไปแล้ว (หัวเราะ)


“เปิดเพลงนี้ให้พี่บอย (ตรัย ภูมิรัตน) กับพี่ก้อ (ณฐพล ศรีจอมขวัญ) ฟัง

เขาก็บอกว่ามันเป็นเพลงที่ตบหัวลูบหลังจริงๆ ว่าเขามาตั้งเยอะแต่สุดท้ายมาบอกว่ารักเขา (หัวเราะ)”

คุยเรื่องดนตรีกับฮั้วกันดีกว่า

ฮั้ว : พาร์ทดนตรีต่อเนื่องมาจากเพลง ‘ไม่คิดถึงเลย’ ครับ ถ้าใครได้ฟังเพลงนี้แล้วย้อนกลับไปฟังเพลง ‘ไม่คิดถึงเลย’ ‘หยุดเลยอย่าร้อง’ และ ‘ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่’ จะรู้สึกว่า Mood and Tone ของดนตรีมันจะคล้ายกันค่อนข้างที่จะเป็น NAP A LEAN ผมจะยกให้โต้ดูแลในส่วนของเนื้อร้องทั้งหมด เพราะต้องการให้เขารู้สึกกับสิ่งที่เขาเขียน และเขาต้องร้องออกมา ส่วนผมจะทำหน้าที่ดูแลพาร์ทดนตรี เลยทำให้วงเรามีทิศทางมากขึ้น เพลงนี้ ได้ พี่บี Funky Wah Wah (สราวุธ ชินนภาแสน) มาช่วยในเรื่องเสียงซินธิไซเซอร์ (Synthesizer) เพราะผมเองมองว่า NAP A LEAN เป็นกีตาร์แบนด์เหมือนเดิม แค่อยากจะใส่เสียงของซินธิไซเซอร์ให้เป็น NAP A LEAN ในรูปแบบใหม่ที่ย่อยได้ง่ายกว่าเดิม เสียงกีตาร์ที่ผมเล่นมาตลอด บางทีมันอาจจะไปแย่งซีนร้อง ผมก็กลัวดังกว่านักร้องไง (หัวเราะ) ผมก็เลยยก Rhythm ของกลองกับเบสให้โดดเด่นมากขึ้น และลดบทบาทของกีตาร์ลง  ที่ดีไซน์แบบนี้เพราะอยากให้เนื้อร้องโดดเด่น ให้มันบาลานซ์มากขึ้น


ทำไมต้องเป็นเสียงซินธิไซเซอร์

ฮั้ว : เพลงนี้มีการผสมผสานเยอะมาก ที่ต้องเป็นเสียงซินธิไซเซอร์ เพราะเราอยากได้ความรู้สึกที่เป็นยุค 80’s โอลดี้นิดๆ กีตาร์ผมจะเล่นแบบอัลเทอร์เนทีฟยุค 90’s จะดูเหมือนว่าขัดแย้งแต่ลงตัวมากๆ ดึงคาแรคเตอร์ของแต่ละยุคมาใช้ เพราะว่าแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน 



“NAP A LEAN ไม่ใช่วงที่ยึดตัวเองว่าจะต้องเป็นแบบไหน

เราเลือกที่มันลงตัวและพร้อม support เรื่องราวที่ต้องการจะเล่าออกไปให้คนฟังได้ดีที่สุด”



ฮั้ว : เสียงเมโลดี้หลัก ก็ได้นักร้องอีกคนมาช่วยด้วย เล่าก่อนว่า NAP A LEAN จะเลือกใช้ทรัพยากรจากคนที่รู้จักกันเข้ามาช่วยเหลือ ในเพลงนี้ก็มีพี่บี Funky Wah Wah มาช่วยเรื่องซินธิไซเซอร์ พี่บิว Lemon Soup (รังสรรค์ ปัญญาใจ) มาเป็น Vocal Director ที่ช่วยโต้บันทึกเสียง แล้วบังเอิญว่าในท่อนอินโทรมันร้องยาก พวกเรา 4 คนในวงสลับกันเข้าไปร้องจนครบแต่ก็ยังไม่ได้ พี่บิวเลยตบโต๊ะแล้วพูดว่า “เดี๋ยวกูร้องให้เอง!” แล้วเสียงพี่บิงดันได้พอดี ก็เลยให้พี่บิวช่วยร้องเพลงนี้ไปด้วย (หัวเราะ) บังเอิญว่าเสียงพี่บิวเข้ากับเพลงพอดี ก็เลยขอให้แถมมา


โต้ : แล้วก็มีอีกครับ ตอนเอาท์โทรจะมีเสียงร้องของผู้หญิงด้วย เป็นเสียงของน้องที่เขามารับเพื่อนที่สตูดิโอพอดี แล้วท่อนนี้ผมรู้สึกว่ายังไงก็ต้องเป็นผู้หญิงร้อง บังเอิญไปเจอเขาพอดี ผมก็เลยยกมือไหว้มาร้องให้พี่เถอะพี่ขอร้อง (หัวเราะ) น้องเขาก็บอกนะว่าเคยเรียนกับครูอ้วน พวกเราก็ยิ้มเลยเรียนกับครูอ้วนแล้วก็ลองอัดมาให้พี่หน่อยนะ (หัวเราะ)

 

คือในท่อนนั้นน่ะที่รู้สึกว่าต้องเป็นผู้หญิงร้องเพราะฮั้วลองร้องแบบเสียงผู้หญิงมาแล้วแต่มันไม่ได้เลย ต้องเป็นผู้หญิงร้องจริงๆ เพื่อให้เสียงมันดีมัน Smooth ขึ้นแล้วน้องเขาอ่ะก็ดันมาที่สตูดิโอพอดีผมก็เลยขอให้เขาเข้าไปร้องอีกเต็มๆไปอีก  ก็จะได้นักร้องรับเชิญที่เข้ามาในวิธีการประหลาดๆ มา 2 คนครับ (หัวเราะ)



“ด้วยความที่เป็นเพลงรัก พอได้ทำเพลงกับคนที่เรารู้สึกดีด้วยมันเลยสบายใจ”




เรื่อง จรัตพร โมรา

ภาพ Spicy Disc

0 comments
Other Magazine
or