ศึกษาความโสด กับเพลง 'โสดทัศนศึกษา' เพลงใหม่จากอัลบั้มใหม่ของ ว่าน ธนกฤต

22.5K View


    “ถ้าเราพูดถึงค่าย Spicydisc แล้ว วงดนตรีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้คงหนีไม่พ้นวง Mild ซึ่งทางทีม Creative ค่ายก็เคยพูดเอาไว้ว่า ผมกับ Mild น่าจะทำอะไรด้วยกัน เผื่อว่าขยายฐานแฟนคลับได้ จะได้เชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราก็พยายามหาจุดข้อต่อร่วมกันอยู่มาประมาณ 2 ปีแล้วครับ จนมีวันนี้ เนี่ย! เฉียบ!”

ว่าน - ธนกฤต พานิชวิทย์’ เล่าถึงที่มาที่ไปของการร่วมงานกันระหว่างเขากับวง Mild แหม เปิดหัวข้อแรกก็เล่นใหญ่ตามสไตล์ธนกฤตมาเลย


    หลายคนคงได้ฟังเพลงใหม่ล่าสุด ‘โสดทัศนศึกษา’ ไปแล้ว เพลงน่ารักๆ แทนความรู้สึกของคนโสด ที่เลือกอยู่คนเดียวแบบไม่ต้องมีใครมาทำให้ปวดใจ แต่ที่หลายคนยังไม่รู้คือ กว่าจะเป็นเพลงให้ทุกคนได้ฟังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพลงนี้ถูกบ่มเพาะมาอย่างดี และเชื่อว่าทุกคนจะรักเพลงนี้แน่นอน 

กว่าจะได้ทำงานด้วยกันก็ปาเข้าไป 2 ปี

ว่าน : คือเวลาผู้ชายกับผู้ชายมารู้จักกันเนี่ย มันจะมีคความแอคใส่กันก่อน แล้วไอ้เป้ (MILDVOCALIST) เนี่ยมันจะมีทีท่าของมัน เราเองก็ยอมรับว่ากว่าจะเปิดใจทำงานกับมันได้ก็ยากอยู่ (หัวเราะ) ด้วยวิธีการพูดหรือท่าทางอะไรของมันเนี่ย ทำให้ดูเหมือนมันเก๊กตลอดเวลาแต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก มันแค่กลัวไม่เท่ (หัวเราะ) แต่เป้เขาจะเป็นคนที่เท่ในแก่นชีวิตของเขาอยู่แล้วนะ และด้วยภาพลักษณ์ที่เรามองมันนี่แหละ เลยต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเข้าใจว่า อ๋อ... มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นตลอดเวลานี่หว่า

ตอนที่ฟังเพลงนี้ครั้งแรก ผมรู้สึกว่าผู้ประพันธ์เขียนดีมาก ดีในที่นี้หมายถึงว่าเข้าใจที่จะเขียน เขาทำความเข้าใจกับโปรดักส์ค่อนข้างดี ว่าการจะเป็น Soloist (ว่าน) จะเป็นคนที่กวนประสาทอะไรของผมเนี่ย เขาทำการบ้านมาดี เบื้องต้นแทบไม่ได้แก้อะไรเลยครับ


ได้ MVL มา Rap ให้ด้วย?

ว่าน : ใช่ครับ อันนี้ผมพยายามแบ่งสัดส่วนอยู่นาน จริงๆ แล้วที่คุยกันไว้ครั้งแรก เป้บอกว่าจะไม่แจมเลย จนการทั่งผมต้องมอบหมายให้มันร้อง เพราะว่าท่อนนั้นมันไม่อบอุ่นอะ ต้องเป็นมันร้อง (หัวเราะ) คือเอาความไม่ดีไปให้ แล้วผมก็เก็บความดีไว้ เห็นไหมมันควรจะแบ่งพาร์ทอย่างนี้! เพราะเป้จะมีความแบดบอยของมันอยู่ ก็เลย อะ มึงร้องดีกว่าเป้ เอาตั้งแต่ ‘ผิดตรงไหนที่ไม่มีใครรัก ผิดตรงไหนที่ไม่มีใครแคร์’ จนถึง ‘ถ้าจีบแล้วไม่ได้ดูแลหัวใจ ก็ไม่รู้ว่าจะทำทำไม’ เนี่ย! ถ้าเป็นผมร้องความอบอุ่นที่ทำมามันจะจางไป (หัวเราะ) เราต้องเก็บความดีไว้กับเราเพราะนี่เป็นโปรเจคของเรา ต้องเอาความดีเข้าตัว (หัวเราะ) ...ผมเลือกแล้วว่าตรงไหนดี ก็โอนท่อนนี้ให้เป้ ฝากหน่อยนะเป้นะ” 


ฟังเพลงนี้ครั้งแรก รู้สึกได้ว่าเป็นเพลงของ Mild มากๆ 

ว่าน : นี่เป็นหนึ่งโครงการของ Spicydisc คือแคมเปญ ‘ฝากบ้านไว้กับ Mild’ ก็จะมีอยู่หลายวงที่ไปใช้บริการ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าไปลองดู (หัวเราะ) ผมว่าถ้าให้ Mild ทำเพลงแล้วไม่ออกมาเป็น Mild นี่สิน่าเป็นห่วง และเราเองก็พอจะมั่นใจได้ว่า ถ้าเสียงเราไปอยู่ในนั้นแล้วคนจะจำได้ ก็ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ดี แต่ถ้าฟังปุ๊บแล้วแบบ เฮ้ย! ทำไมเป้เป็นหวัดวะ? อย่างนี้น่าเป็นห่วง (หัวเราะ) ต้องมีความเป็น Mild แหละในพาร์ทดนตรี ไม่งั้นไปให้คนอื่นทำก็ได้ ท่อนโซโล่ก็ต้องคงไว้เป็นเสียงแซ็กโซโฟนของเป้แซ็กเหมือนเดิม แล้วเป็นครั้งแรกที่เพลงเรามีเสียงแซ็กเข้ามาด้วย 



ว่านมีส่วนร่วมอะไรบ้างในเพลงนี้ 

ว่าน : ไม่ทำอะไรเลยครับ (หัวเราะ) ร้องอย่างเดียวเลยจริงๆ คือถ้าเป็นเพลงที่คนอื่นเขียน เราก็ควรจะเคารพในเนื้อหาที่เขาเขียนมา แต่ว่าเป้ก็จะมีความน่ารักบางอย่าง แบบอยากเปลี่ยนอะไรมั้ย เปลี่ยนคำไหนมั้ย ก็แก้กันวันที่อัดร้องนั่นแหละ

เพลงนี้มันคือคนเหงานะ แต่ว่าไอ้บุคคลนี้เริ่มชินกับชีวิตโสด แล้วก็เริ่มทำกิจกรรมอะไรบางอย่างที่ต้องทำ 2 คน แต่มันสามารถทําคนเดียวได้แล้ว เช่น ถีบเรือเป็ด กินชาบู ไปเอเชียทีคนั่งชิงช้าสวรรค์คนเดียว แล้วเอาเท้าคีบโทรศัพท์เซลฟี่ตัวเองได้แล้วอะ (หัวเราะ) ผมเลยอยากจะเพิ่มสถานที่ ที่ตรงไหนเวลาไปคนเดียวแล้วมันจะแปลกๆ อย่างมัลดีฟถ้าไปคนเดียวนี่มันเหงาจริงๆ นะ เพราะว่าบนเกาะไม่ได้มีอะไร ถ้าไม่มีแฟนไปด้วย ก็ต้องนั่งดูฉลามอย่างเดียวแล้วนะ เราก็เลยอยากเพิ่มเติมตรงนี้ลงไปในเพลง ซึ่งเป้ก็น่ารักมากให้เปลี่ยน


‘โสดทัศนศึกษา’ เพลงแรกของอัลบั้ม Midnight Crisis 

ว่าน : ที่เลือกมาใช้เป็นเพลงแรก เพราะอยากให้ดูเปลี่ยนจากเดิมไปเลย หมายถึงว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนอัลบั้ม เพลงแรกที่ปล่อยจะเป็นเพลงจังหวะกลางๆ ที่ผมเขียนเอง แล้วไหนๆ ก็จะได้ร่วมงานกับวงที่ดีที่สุดของค่าย Spicydisc ผมก็เลยอยากใช้เพลงนี้เป็นเพลงแรก แล้วก็บังเอิญอีกว่าเนื้อหาที่เป้ทำดันมาตรงกับคอนเซปต์ใหญ่ของอัลบั้มที่ผมตั้งใจไว้ด้วย เพลงนี้เลยกลายเป็น Single ที่ 1 ของอัลบั้มนี้ครับ 


‘Midnight crisis’ คิดคำนี้ขึ้นมาได้ยังไง 

ว่าน : เป็นวิธีการคิดแบบเดียวกันกับ ‘AloneVera’ เราชอบสมาสคำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว Mid-Life Crisis เป็นช่วงวิกฤตวัยกลางคน แล้วเป็น Midnight Crisis คือวิกฤตตอนกลางคืน และจริงๆ แล้ววัยทำงานหรือวัยกลางคน คือคนที่ขาดความรัก แบบว่าทำงานเสร็จแล้วจะบอกเพื่อนว่า 'เฮ้ย อย่าเพิ่งกลับดิ' คือมันไม่อยากอยู่คนเดียว บางทีมีแฟนนะ แต่ก็อยากอยู่กับเพื่อน คือไม่รู้จะเอายังไงต่อ หรือว่าคนที่โสดเลย ก็แบบ 'จะเอายังไงดีวะ เงินก็มีแต่ว่าอาบอบนวดดันปิดแล้ว' (หัวเราะ) คือทุกอย่างเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นเต็มไปหมดเลย วัยที่ทำงานได้ มีเงิน มีเพื่อน มีรถ มีทุกอย่างแต่ยังเหมือนขาดความสุขอะไรไป 

จริงๆ แล้วคำนี้เราคิดได้ตอนที่ไปนั่งสังสรรค์กับเพื่อนนะ ที่นั่งกันอยู่เป็นโต๊ะเนี่ยแทบไม่มีใครขาดอะไรเลยอะ... ยกเว้นความพอดี (หัวเราะ) ทำไมมันต้องเมากันขนาดนี้วะ (หัวเราะ) มีอะไรที่ขาดหายไปในชีวิตของพวกเราหรอ? และยิ่งมีน้องคนนึงเมาแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าเนี่ย ความรู้สึกมันแบบคืนนี้มันคืออะไรวะเนี่ย?! (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกว่าคนเราจะมีวิกฤติตอนกลางคืนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเชื่อว่าจะเขียนเพลงในคอนเซปต์นี้ได้น่าฉูดฉาดมาก เพราะว่าเมื่อเราเหงา เราขาดหาย เราจะทำอะไรที่ขาดสติได้ง่ายมาก


การอยู่คนเดียวก็ไม่ได้เจ็บปวดมาก การรอคอยใครสักคนนึงมันก็นาน แต่ก็คอยได้ ความสุขมันเกิดขึ้นง่าย ไม่ได้มาทำร้ายเรามาก เนื้อหาเพลง ‘โสดทัศนศึกษา’ น่าจะตอบคำถามของ Midnight Crisis ได้เยอะ 



รู้สึกยังไงบ้างที่จะได้ปล่อยเพลงใหม่จากอัลบั้มใหม่ 

ว่าน : จริงๆ ไม่ได้ทิ้งระยะห่างจากอัลบั้มที่แล้วเลยนะ เรารู้สึกว่าที่นี่ทำเกินกว่าเหตุมาก (หัวเราะ) จริงๆ มันคือเรื่องที่ดีที่สุดของค่ายเพลงเมืองไทยแล้ว ไม่มีค่ายไหนทำเด็ดขาด คือการทำอัลบั้ม 10 เพลง แล้วก็ใช้จนเกือบครบทุกเพลง มันคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของระบบวงการเพลง เพราะจะเทียบด้านบวกด้านลบได้หมดเลย ได้ปล่อยให้เพลงได้ทำงาน สำหรับอัลบั้มใหม่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ขึ้นหัวข้อใหม่ จะได้ย้ายโฟลเดอร์สักที อันเดิมก็ถือว่าจบอย่างบริบูรณ์จริงๆ (หัวเราะ)


Music Video  

ว่าน : ตอนแรกคิดเอาไว้ 3 คน คนที่ 1 คือ ‘พี่อ้อม - สุนิสา สุขบุญสังข์’ คนที่ 2 คือ ‘ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์’ คนที่ 3 คือ ‘พี่ป๋อมแป๋ม - นิติ ชัยชิตาทร’ 3 คนนี้ไม่เหมือนกันเลย แต่ว่าภาพของพวกเขาล้วนแต่มีความแข็งแกร่งในการต่อสู้กับโลกที่ต้องอยู่คนเดียว ซึ่งชีวิตจริงเขาอาจจะมีแฟนก็ได้ แต่ว่าเขาจะเป็นแบบอย่างที่ดีของคนที่ยังไม่มีใคร ผมคิดว่า 3 คนนี้ไปถีบเรือเป็ดคนเดียวได้แน่ๆ สั่งบุฟเฟ่ต์มากินคนเดียวได้ดีแน่ๆ (หัวเราะ) ทุกคนเท่ แต่มีมิติที่ต่างกัน แต่สุดท้ายผมคิดว่าพี่ป๋อมแป๋มน่าจะตอบคำถามได้ทั้งหมด


แล้วเรื่องความรักของวัยกลางคนหล่ะ ว่านมีมุมมองแบบไหน? 

ว่าน : ก็จะมีความสุขง่ายขึ้น ง่ายมากเลย อย่างเมื่อก่อนเราเป็นคนขี้งอน คือถ้าเป็นปกติจะเห็นว่าเราเป็นคนกวนประสาท แต่บนความง่ายมันก็จะมีอะไรที่ยากอยู่ โดยเฉพาะกับคนที่จะมาเป็นแฟน เขาต้องรับเรื่องงี่เง่าเต็มไปหมดเลย  ขี้งอน ขี้ประชดประชันอะไรอย่างนี้ พอเข้าอายุ 30 ปุ๊บเราก็รู้สึกว่าความสุขที่เกิดขึ้นกับความรักมันคือการที่ได้ทำอะไรให้กับคนๆนั้น ไม่ต้องเจอกันบ่อยก็ได้ แต่เราจะนึกถึงกันตลอด อย่างเวลาเดินทางแล้วเห็นอะไรที่เขาชอบก็ซื้อกลับมาฝาก เลือกร้านอาหารโดยไม่ต้องถามว่าจะกินอะไร เราก็เลือกร้านให้เลย ทำอะไรก็ได้ที่เขาและเราจะมีความสุข 


วัยนี้ใช้เงินแก้ปัญหาเรื่องความรักได้ไหม?

ว่าน : ใช้ได้ในบางที (หัวเราะ) เวลาที่เราทำอะไรผิด หรือลืมวันสำคัญอะไรอย่างงี้ ก็ต้องซื้ออะไรที่พิเศษๆ ให้เขาหน่อยเป็นสิ่งทดแทน


ฝากอะไรถึงวัยกลางคนหน่อย 

ว่าน : ถ้าไม่มีอะไรทำก็รีบกลับบ้าน กินยาให้ง่วง แล้วนอน (หัวเราะ) เพราะตอนนี้เราก็เริ่มทำอย่างนั้นแล้ว (หัวเราะ) ไม่อย่างนั้นมันจะรู้สึกชอบทำผิดตอนดึก แทนที่จะได้นอนพักผ่อน ก็ต้องมานั่งคุยอะไรไม่รู้ไร้สาระ ทำให้พักผ่อนน้อย มันเป็นวัยที่ต้องรอให้แก่ไปเลยจะได้ข้ามเส้นนี้ไป (หัวเราะ) ก็หวังว่า Midnight Crisis จะตอบคำถามของคนเหล่านี้ ที่เราจะเจอได้ที่ร้านข้าวต้ม หรือดื่มกันหน้าเเว่น (หัวเราะ)





9 คำตอบ กับ MILDVOCALIST 

มีคนใน Facebook ทักมาว่า ถ้าให้เลือกระหว่างมีคู่แล้วเจ็บ กับไม่มีคู่แล้วเหงาจะเลือกอะไร? เออ... แบบนี้น่าสนใจ ถ้าคนเราจะมีความรักแล้วต้องเจ็บ อยู่คนเดียวก็แค่เหงาแต่ไม่เจ็บนะเว้ย เลยกลายเป็นคอนเซปต์ของเพลงนี้

คือคนโสดที่จริงๆ ไม่ได้อยากจะโสด แต่พยายามจะหาเหตุผลว่าผิดตรงไหนที่จะอยู่คนเดียวทุกคำในเพลงเป็นคำประชดหมดเลย นัยยะที่เราต้องการคือคนที่อยากมีคู่ แล้วอิจฉาคนที่มีคู่

ฟังแล้วมันชอบเลย มันบอกว่าเพลงนี้เกิดมาเพื่อมัน มันเป็นคนพูดอะไรเกินจริงอยู่แล้วไอ้นี่อะ (หัวเราะ)

เพลงนี้เราเขียนเอาไว้นานมากแล้ว ไม่ได้เจาะจงว่าจะให้ใครร้อง แต่สุดท้ายเพลงนี้มันเดินทางไปเจอว่าน จำได้ว่า เราเปิดเพลงนี้ให้ว่านฟังวันที่ไป Outting กับค่าย Spicydisc

พาร์ทดนตรีจะเป็นเพื่อนๆ วง Mild ช่วยกันทำทั้งหมด ส่วน Producer ก็ได้เต่า (กีต้าร์ Mild) มาช่วย

ได้แร็ปในเพลงด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าเอาท่อนคนเลวมาให้เราร้องก็.. มันว่ายังไงก็ตามนั้นแหละครับ (หัวเราะ)

กากครับ ไม่น่ามาเป็นนักร้องอะ (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ เพลงนี้มันก็เหมาะกับว่านดีเป็นเพลงกวนๆ เหมาะกับคนอย่างมัน (หัวเราะ)

ไอ้นี่นัดยากมาก มันเป็นคนที่ไม่ค่อยว่าง เหมือนเป็นคนที่ยุ่งตลอดเวลา แต่พอมาแล้วก็ไม่อยากกลับนะ (หัวเราะ) คือเป็นคนที่ทำงานด้วยง่าย ทำงานด้วยแล้วสบายใจ เรื่องน้อย เพราะไปเยอะกับคนอื่นแทน (หัวเราะ) 

ไม่กลัวนะ เราว่าเสียงร้องมันเป็นของว่านอยู่แล้ว เสียงเขามีเอกลักษณ์ คนจำได้




เรื่อง จรัตพร โมรา 
ภาพ SPICY DISC

0 comments
Other Magazine
or