Morning Soon

Morning Soon

รุ่งอรุณของ ‘มอร์นิ่ง ซูน’

วง มอร์นิ่ง ซูน (MORING SOON) ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 3 คน ได้แก่ บิ๊ก - อัคนี ขำตันวงษ์ (ร้องนำ - กีตาร์), ก๊อง - ธนรัฐ บุญเลี้ยง (เบส) และบาส - ศรัณย์ รุจิกุลสิริ (กลอง) ทุกคนร่ำเรียนมาทางด้านดนตรีโดยตรง จากคณะวิทยาลัยดุริยางคศิ­ลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรวมตัวกันก่อตั้งวงดนตรีขึ้น เริ่มแรกพวกเขาตั้งใจเล่นโชว์ในงานกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เมื่อสมาชิกวงได้เริ่มฝึกปรือฝีมือ และปรับจูนเคมีจนเข้ากันอย่างลงตัว พวกเขาเริ่มต้นแต่งเพลงและทำดนตรีด้วยตนเอง โดยตั้งใจส่งเข้าไปออดิชั่น เพื่อจะได้ขึ้นเล่นบนเวที BEDROOM STUDIO ในงานแฟต อวอร์ดส์ ปี 2553 แม้พวกเขาพลาดหวังแต่ก็ไม่ท้อพยายามมุ่งมั่นพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ จนได้รู้จักกับ วง MILD (มายด์) จากการไปเป็นแบ็คสเตจให้กับวง และเมื่อลองนำเพลงที่พวกเขาทำไปให้ฟัง คำวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาของรุ่นพี่ ทำให้พวกเขาต้องเริ่มตั้งต้นใหม่อีกครั้ง พร้อมแนะนำให้มอร์นิ่ง ซูน เข้าประกวดในเวที MELODY OF LIFE ครั้งที่ 7 และถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นผู้ชนะที่ 1 แต่การแสดงของพวกเขาก็เข้าตาทีมงาน สไปร์ซซี่ ดิสก์ จนได้มาเป็นหนึ่งในศิลปินของค่าย และได้ วง MILD (มายด์) เป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด

โดยซิงเกิลเปิดตัวของวง คือเพลง “เริ่มใหม่กับคนเก่า” ก็ถูกบรรจุเป็น 1 ใน 10 เพลงประจำโปรเจคท์ SPAWN BY MELODY OF LIFE และหลังจากมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกปล่อยทาง YOUTUBE เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ปัจจุบัน มีผู้รับชมและรับฟังเพลงนี้มากถึง 4 ล้านวิว! จากนั้นตามมาด้วยเพลงซิงเกิลที่ 2 “จำเอาไว้” ซึ่งทั้ง 2 เพลงเปรียบเสมือนใบเบิกทางให้วงได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยมสุดซี๊ดประจำปี 2014 ในเวที SEED AWARDS ครั้งที่ 10 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาได้ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย จนมาถึงปีล่าสุด 2015 พวกเขากลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์ใหม่ที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และที่สำคัญคือ มีการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในวงโดย บิ๊ก มือกีต้าร์ รับหน้าที่เพิ่มในการเป็นนักร้องนำอย่างเต็มตัว ด้วยความที่บิ๊กห่างหายจากการร้องเพลงมานาน จึงทำให้ต้องฝึกซ้อมหนักขึ้นเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด และในซิงเกิลล่าสุดนี้ เขาก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเสียงร้องได้ดีไม่แพ้ฝีมือการเล่นกีตาร์เลย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้พวกเขาขอนิยามไว้ว่าเป็นการ “เริ่มใหม่กับคนเก่า” เพราะการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นเพียงแค่ในเรื่องสมาชิกเท่านั้น แต่ในเรื่องของแนวเพลงนั้น ยังคงเป็นแนว ป๊อบ – ร็อค ในแบบของ มอร์นิ่ง ซูน เหมือนเดิม และเนื้อเพลงมีการใช้ภาษาที่โตขึ้นในการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขา


เรื่องราวก่อนถึงเช้าของแต่ละคน

ความเหมือนเพียงประการเดียวของเด็กหนุ่มทั้ง 3 คน คือ ทุกคนต่างรักดนตรีประหนึ่งเป็นลมหายใจของพวกเขา ประโยคที่พวกเขาทักพูดตรงกันโดยมิได้นัดหมายคือ “ดนตรี เปรียบเสมือนอากาศ ที่ทำให้เรามีชีวิต” ส่วนรายละเอียดนอกเหนือไปจากนี้คือ เส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันออกไป

    บิ๊ก - อัคนี ขำตันวงษ์ (ร้องนำ, กีตาร์)

บิ๊ก ใช้ชีวิตในวัยประถมไปกับการเตะฟุตบอลอย่างจริงจัง และตั้งใจจนมีสถานะเป็นนักกีฬาประจำสโมสรจังหวัดสกลนคร เขาเริ่มต้นทำความรู้จักเสียงดนตรีครั้งแรกตอน ป.4 ผ่านกีตาร์โปร่งของคุณพ่อ ซึ่งนอกจากจะให้ท่านช่วยสอนดีดกีตาร์แล้ว บิ๊กยังซื้อหนังสือเพลงมาหัดเล่นเองจนคล่อง เขากับเพื่อนๆ เริ่มฟอร์มวงดนตรีเป็นของตัวเองตอนเรียนชั้น ม.2 นั่นคือครั้งแรกที่เขาเริ่มตีตัวออกห่างจากฟุตบอล และทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการเล่นดนตรี โดยเขากับเพื่อนๆ ทั้งร้องเพลง และแต่งเพลงเองสลับกันไป สุดท้ายบิ๊กก็รู้ตัวว่าจะต้องเรียนดนตรี และประกอบอาชีพนักดนตรีให้ได้ เขาจึงตั้งใจสอบเข้าเรียนสาขาธุรกิจดนตรี ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเรียนสาขาดนตรีแจ๊สในภายหลัง จนกลายมาเป็นสมาชิกวง Morning Soon ในที่สุด โดยบิ๊กรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์และร้องนำควบคู่ไปด้วย

    ก๊อง - ธนรัฐ บุญเลี้ยง (เบส) 

ก๊อง เริ่มต้นเป่าทรัมเป็ตครั้งแรกตอน ป.3 ในฐานะสมาชิกประจำวงดุริยางค์ของโรงเรียน และเริ่มหัดดีดกีตาร์โชว์หญิงเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ม.2 และต่อยอดด้วยการฟอร์มวงดนตรีเพื่อเล่นในงานประจำโรงเรียนที่จัดขึ้นทุกเทศกาล ปัญหาก็คือ สมาชิกทั้งหมดมีอยู่ 4 คน และ 3 คนเล่นกีตาร์เหมือนกันหมด จึงต้องใช้วิธีโอน้อยออกเพื่อหาคนรับหน้าที่เล่นเบส ซึ่งคนๆ นั้นก็คือ ก๊อง ตั้งแต่วันนั้นเบส จึงกลายเป็นเครื่องดนตรีคู่กายในที่สุด จนตัดสินใจสอบเข้าเรียนวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ในสาขาดนตรีแจ๊ส และเริ่มต้นทำความรู้จัก ‘ดับเบิ้ลเบส’ ตัวแรกในชีวิต ก๊องทุ่มเทเวลามากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวันไปกับการสร้างความคุ้นเคยกับเครื่องดนตรีแจ๊ส แต่แล้วฝันร้ายก็มาเยือน เมื่อดับเบิ้ลเบสของเขาถูกขโมย ความรู้สึกเสียใจยิ่งกว่าอกหักเข้าเกาะกุมจิตใจของก๊องจนเขารู้สึกว่าพอแล้วกับการทุ่มเทพลังให้กับดนตรีแจ๊ส และในช่วงเดียวกันนั้นเอง ที่เขาขอไปเล่นดนตรีกลางคืนกับบิ๊กในร้านอาหาร ผับ และบาร์ ละแวกไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย การกลับมาจับเบสไฟฟ้าของเขานั้น กลายเป็นต่อเนื่องยาวนาน จริงจัง และเข้มข้นจนถึงวันนี้ นอกจากนี้ด้วยความช่างพูดช่างเจรจาทำให้เพื่อนๆ ยกหน้าที่กระบอกเสียงของวงในการประชาสัมพันธ์ไปโดยปริยาย

    บาส - ศรัณย์ รุจิกุลสิริ (กลอง) 

บาส มือกลองผู้ชื่นชอบการตีกลองของมือกลองผิวสี และชอบ TONY ROYSTER ที่เป็นมือกลองเล่นแบ็กอัพให้กับ JAY – Z  จึงทำให้เสียงของกลองบาสมีเสน่ห์ที่แตกต่าง และลงตัว ในตอนเด็กเป็นสมาชิกวงดุริยางค์ประจำโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม เขาเริ่มต้นด้วยการเป่าเมโลเดียน ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นกลองใหญ่ ควบคู่ไปกับการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลและว่ายน้ำ ก่อนที่จะหันมาจริงจังกับการเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตในช่วงมัธยมต้น  และปลาย เขาคือสมาชิกคนสำคัญของทีมเพอร์คัสชั่นประจำโรงเรียนที่คว้ารางวัลระดับประเทศมาครองในทุกปีการศึกษา เช่น รางวัลชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียน นักศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานฯ ปี 2550 ครั้งที่ 26 เป็นต้น และด้วยความที่ชื่นชอบทางด้านนี้จึงทำให้ บาสตัดสินใจเรียนต่อในวิทยาลัยดนตรีจึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดแต่อย่างใด ยิ่งได้มาเจอกับรุ่นพี่ทั้ง 2 คน อย่างบิ๊ก และก๊องที่รับเขาเป็นสมาชิกวง Morning Soon บาสยิ่งรู้ตัวว่าตนเลือกเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว 


เพลงของวง MORNING SOON

ซิงเกิลที่ 1 : เพลงเริ่มใหม่กับคนเก่า

เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักคู่หนึ่งที่รักกัน พอมีอะไรไม่พอใจก็ทะเลาะกัน แล้วก็เลิกกัน สุดท้ายก็กลับมารักกันใหม่ เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นมุมมองความรักที่น่าสนใจ พวกเราอยากเล่าเรื่องนี้ผ่านเสียงเลง จึงคุยกับเป้ (บดินทร์ เจริญราษฎร์ – นักร้องนำวง MILD) และให้พี่เขาเขียนเนื้อเพลงให้” ก๊องเล่าถึงเพลงป๊อบในท่วงทำนองช้าๆ เพลงแรกของวง “ด้วยวิธีการในการเรียบเรียงดนตรีของพวกเรา ที่เน้นความคม และกระชับของดนตรีมากเป็นพิเศษจึงค่อนข้างต่างจากวงอื่นแน่นอน”

ซิงเกิลที่ 2 : จำเอาไว้

เพลงที่ “ผู้ชายอยากจะบอก... ผู้หญิงควรจะฟัง” ถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่คุ้นเคยของผู้ชายหลายๆ คน ที่โดนผู้หญิงตราหน้าว่าเจ้าชู้อยู่บ่อยครั้ง โดยหลงลืมไปว่า “ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก” ซึ่ง 4 หนุ่ม มาเป็นตัวแทนถ่ายทอดบทเพลงนี้ และพวกเขายังได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปผสมผสานความเป็น Pop และ Rock เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นความลงตัว นอกจากนี้ ยังได้ศิลปินรุ่นพี่อย่าง “เป้ - บดินทร์ เจริญราษฎร์” และ “เต่า – เจน มโนภินิเวศ” ศิลปินรุ่นพี่จาก วง MILD (มายด์) มาช่วยแต่งเนื้อร้อง และเรียบเรียงทำนอง 

ซิงเกิลที่ 3 : เหงา เหงา

เพลงพิเศษๆ จาก 4 หนุ่มป๊อปวง ‘Morning Soon’ ที่ครั้งนี้พวกเขา Cover เพลงของรุ่นพี่ร่วมค่าย อย่างวง Good September กับเพลง ‘เหงา เหงา’ ที่ตอกย้ำความเจ็บสำหรับคนที่เพิ่งเคยรู้จักกับความรู้สึกนี้ แบบไม่ทันได้ตั้งตัว และยังคงค้างคากับเหตุผลที่โดนจากไป พวกเขาได้เริ่มต้นเช็ครายละเอียดในส่วนต่างๆ และสร้างสรรค์ดนตรีขึ้นมาใหม่ทั้งหมด พร้อมนำไอเดียในแต่ละจุดมาผสมกัน โดยยังคงยึดการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการร้อง และดนตรี จนออกมาเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดในรูปแบบของพวกเขา สุดท้าย…. ถึงแม้ทุกอย่างจะหายไป แต่ภาพความทรงจำยังอยู่ พร้อมกับ ’ความเหงา’

ซิงเกิลที่ 4 : นิทานหลอกเด็ก

    คุณคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง” และหวังให้เป็นตัวช่วยรักษาบาดแผลในใจให้เลือนหายไป แต่เมื่อหัวใจโดนทำร้ายจนเจ็บหนัก เวลาจะช่วยรักษาได้จริงหรือ? เพลงนี้สามารถตอบคำถามได้อย่างดี เพราะแต่งขึ้นจากประสบการณ์จริงของ บิ๊ก นักร้องนำ และมือกีต้าร์ โดยในซิงเกิ้ลนี้ มีการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในวง แม้จะเหลือเพียง 3 คน แต่รับรองได้ว่า ดนตรีเพลงแนว Pop-Rock ของพวกเขา ทั้งเสียงร้อง กีต้าร์ เบส และกลอง ยังคงอัดแน่นด้วยคุณภาพตามแบบของ Morning Soon (มอร์นิ่ง ซูน) อย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บิ๊กได้โชว์ความสามารถในการร้องเพลงแต่เขาก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้จนคุณรับรู้ถึงความเจ็บช้ำจากบาดแผลในใจเพราะคนรักที่จากไป เหลือไว้เพียงความคิดถึงที่คอยตอกย้ำว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เราก็ไม่สามารถลืมคนที่เคยรักได้เลย เมื่อคุณลองฟังเพลงนี้ ก็จะได้คำตอบว่าสุดท้าย คำพูดที่ว่า... “เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง” ก็เป็นเพียง “นิทานหลอกเด็ก

TRACK ALBUM TIME
Morning Soon - จำเอาไว้ Morning Soon 3:56
Morning Soon - นิทานหลอกเด็ก Morning Soon 4:29
0:00
0:00

No content avaliable

or